SEO

ก่อนทำ SEO ต้องเข้าใจ (อธิบายแบบดิบๆ)

2

มีน้องคนนึง สอบถามเข้ามาขอคำแนะนำเกี่ยวกับการทำ SEO พอดีว่าผมอธิบายไปยาว และเห็นว่าน่าจะดี หากเอามาเผยแพร่ เพราะเชื่อว่ายังมีหลายๆคนยังไม่เข้าใจ หรือยังสับสน หรือยังไม่รู้ว่า SEO มันเริ่มต้นยังไงดี

 

ผมเคยเขียนบทความแนะนำไปแล้วครั้งหนึ่ง คือบทความ
SEO ฉบับ อาม่าเข้าฝัน (The Voice of SEO) (ใครยังไม่เคยอ่าน แนะนำนะครับ)
ถ้าใครอ่านแล้วเข้าใจจะเห็น ภาพรวมของการจัดอันดับของ Google
แต่ในตอนนั้น ผมลีลามากไป …. มือใหม่ก็อาจจะงง
อันนี้ เลยขอหยิบมา แบบดิบๆ เพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

เป็นบทสนทนาจริง ที่ผมคุยกับน้องคนนึง ทาง Facebook
สมมติ ชื่อ น้องเมย์ (จริงๆไม่ต้องสมมติก็ได้ เค้าชื่อ เมย์ จริงๆ)
เอามาเฉพาะในส่วนของ ที่แนะนำเกี่ยวกับ SEO นะครับ …

หมายเหตุ :

  • มือใหม่ พยายามตั้งใจอ่านนะ จะได้รอบเดียว แล้วเข้าใจเลย

—————————————————————-

9/16, 4:18pm

น้องเมย์ : ถ้าเมย์อยากเรียนการทำ seo พี่พอแนะนำได้ไหมค่ะ

JoJho : ก็ทำเว็บอะครับ ผมไม่ได้ทำอะไรมากเลย

น้องเมย์: เรื่องขายของว่าทีหลัง

JoJho : ผมแค่ ทำเว็บ … โดยคึดถึงคนเข้าเว็บ

พยายามจะเข้าใจ Google

SEO มันไม่ได้เหมาะที่จะใช้ได้กับทุกธุรกิจอะครับ

ถ้าบอกอยากเรียน คุณหาเรียนตามที่อื่น หรือ blog ฝรั่งมีมากมาย

เหมือนทำเว็บ WordPress มีสอนมากมาย เราดูแล้วก็หัดทำตาม

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : เข้าใจพื้นฐาน และแก่นของมัน ก็มาลองหัดทำดู

ส่วนอันดับมันจะติดหรือไม่ติด เราคาดการณ์ไม่ได้เลย

ผมก็เลยไมได้รับทำ SEO ไงครับ

เพราะมันการันตีไม่ได้จริงๆ

ที่ทำได้ก็เพียง “ทำเว็บ ให้มันดี และดีกว่าคู่แข่ง

จนพอที่ google จะจัดอันดับเราให้ … รอเวลา แค่นั้นเอง

แต่ SEO มันเริ่มจาก คำค้นหา (Keyword) อะครับ

ต้องระบุว่า อยากทำ คำว่าอะไร ก่อน

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : ถ้าสมมติ บอก อยากทำ SEO ให้กับเว็บๆหนึ่ง

ผมก็ต้องถาม คุณจะทำ คำว่าอะไร

สมมติอีก บอกขอคำว่า “เคส iphone” ละกัน

ง่ายๆเลย คุณไปดูคู่แข่งก่อน

พิมพ์ใน google

ดูสัก 30 อันดับแรก

หน้าตาเว็บมันเป็นยังไง

เว็บลักษณะไหน ประเภทไหน ใหญ่มั้ย

ดูคร่าวๆคิดว่า มันเปิดมานานยัง

คนเข้าเว็บมันเยอะมั้ยนะ (ลองดูจาก แฟนเพจ ยอดไลค์สูงมั้ย)

JoJho : วิธีเช็คต่อไปให้ ละเอียดขึ้นหน่อย

พิมพ์ใน google โดยใช้คำสั่ง “allintitle:

allintitle:เคส iphone

คุณก็ดูว่ามันมีจำนวนเท่าไหร่

อ่ะลองพิมพ์ดู ได้ผลเป็น

About 147,000 results (0.54 seconds)

JoJho : all in title = มันมีกี่เว็บนะ ที่ Google Index

โดยมี คำว่า “เคส iphone” อยู่บน TITLE

JoJho : ถ้าเราพิมพ์แค่ “เคส iphone” เฉยๆใน Google

อ่ะลองพิมพ์ดู ได้ผลเป็น

About 3,660,000 results (0.53 seconds)

มันคือรวมหมด ทั้งเนื้อหา ทั้ง Title คือรวมหมด

JoJho : ดังนั้น เราประเมินคร่าวๆได้ว่า คู่แข่งที่แท้จริงๆของเรา

น่าจะประมาณ 147000 url

คือ มี 147000 หน้า ที่ Google Index ไว้

ที่มีคำว่า เคส + iphone อยู่บน TITLE ของหน้านั้น

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : ที่นี้เราลองนึกง่ายๆ (เอาน้อยๆก่อน) สมมติ เอาสัก 1%

1% จาก 147000 หน้า (1470 URL) ที่มันต้องทำ SEO แน่ๆ

เพราะอะไรละ …

ก็เพราะ พื้นฐาน SEO คือ คุณต้องมี Keyword อยู่ใน TITLE

มันเป็นสัญญาณ อันดับ 2 ที่บอกกูเกิ้ลให้รู้ว่า

เว็บนี้เกี่ยวกับ เคส iphone

JoJho : (สัญญาณอันดับ 1 คือ ชื่อโดเมน เช่น เคสไอโฟส.com)

caseiphone.com

case-iphone.com

caseiphone.net

พวกนี้ google มั่นใจและรู้ได้ทันที

ยังไม่ต้องไปดูเนื้อหา ก็รู้ เว็บตั้งชื่อแบบนี้

ต้องเกี่ยวกับ case iphone แน่นอน ถูกมั้ยครับ

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : Title จึงเป็น สัญญาณพื้นฐานง่ายๆ อันดับ 2

ที่ Google  ให้น้ำหนัก รองจาก ชื่อโดเมน (หากเรามองแบบชาวบ้านๆนะ)

JoJho : ทีนี้ ขออธิบายเพิ่มเติมตรง

About 147,000 results (0.54 seconds)

มันคือ ที่ google index url

ไม่ใช่จำนวนเว็บนะ แต่เป็น จำนวนหน้า

เพราะในเว็บนึงอาจจะ มีสัก 100 url หรือ 1000 url ก็ได้

ที่ Google มัน Index ไว้

JoJho : เราก็เอาลองตีคร่าวๆ เพื่อประเมินคู่แข่ง

โดยอาจจะตีไปคร่าวๆ เอาสัก 10 เปอร์เซ็น (จะได้คิดเลขง่ายๆ)

จาก 147000 ก็เหลือ 14700 เว็บ ที่เป็นคู่แข่งเรา

JoJho : คำถามคือ คุณจะทำเว็บยังไงที่

บอก Google ว่า ฉันเป็น 1 ใน 14700 เว็บนี้

และที่สำคัญ เว็บฉันเป็นเว็บที่ เกี่ยวข้องและมีประโยชน์ ต่อคนค้นหา

คำว่า “เคส iphone” จริงๆนะ

เอาฉันไปอยู่หน้าแรกๆ เหอะ

คือ ติด 1 ใน 10 จากคู่แข่ง 14700 เว็บ

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : ทีนี้เราก็ดูง่ายๆเอาแค่ 10 อันดับแรกก็ได้

ไปค้นดูใน Google ด้วยคำว่า “เคส iphone” แล้วดูว่า

  • มันทำเว็บแบบไหน
  • ตั้ง title ยังไง
  • เขียน description ยังไง
  • มีเมนูอะไรบ้าง
  • ในเว็บมัน สื่อ หรือ บอกอะไร เกี่ยวกับคำว่า เคส iphone บ้าง

JoJho : นี่เฉพาะเรื่องพื้นฐานของ onpage (บนเว็บ)

แต่เรายังไม่รู้เกี่ยวกับ offpage

มันเป็นสิ่งที่เรามองไม่รู้ด้วยตาเปล่า (ต้องใช้เครื่องมือ)

นั่นคือ Backlink เราไม่รู้เว็บคนอื่นเค้าสร้างไว้กี่ลิงค์

JoJho : Backlink มันเป็นปัจจัยนึง ที่ช่วยบอก google

ว่า เว็บนี้ น่าจะดี เว็บนี้จะดัง

นัยว่า ก็เว็บด้วยกัน มันยังลิงค์มาหาเลย

มีเยอะ ก็ถือว่า น่าจะดีกว่า

JoJho : แต่ เด้วนี้ต้องดูอีกว่า

เว็บที่แนะนำลิงค์มาเนี้ย มัน เป็นยังไง

มันเป็นเว็บคุณภาพมั้ย

เกิดมาจากธรรมชาติมั้ย

(ถ้าไม่ธรรมชาติ เราก็ต้องทำให้ดูเนียน เหมือนธรรมชาติ)

เว็บที่ลิงค์มา เค้าดังมั้ย

เนื้อหาที่เค้าลิงค์มา มันพูดถึง เคส iphone มั้ย

ถ้าไม่ … Google ก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญ

JoJho :  Google ยังดูอีกว่า

เว็บนั้นๆ มีสัญญาณอะไรจาก Social บ้างมั้ย

มีคนเข้าเว็บบ้างมั้ย เยอะมั้ย

คนเข้ามาทุกวันมั้ย ต่อเนื่องมั้ย

พวกนี้ มันก็เป็นสัญญาณ บอก Google ว่า

เออเว็บนี้มันน่าจะดีจริงๆนะ มันเป็นที่น่าสนใจนะ

JoJho : พอ Google มองว่าเว็บเราใช่เลย …

มันก็ช่วยจัดอันดับเว็บเรา ให้อันดับขยับขึ้นๆๆๆๆ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ต้องอยู่ เนื้อหา

ว่า หน้าที่เราจะทำอันดับ

มันเทียบกับอีก 14700 เว็บ เป็นยังไง

JoJho : Google มันก็ตรวจสอบดูว่า

สมควรเอาเว็บเราขึ้นมาโชว์ให้คนค้นหาเห็นมั้ย

ซึ่ง หากเราสมมติตัวเองเป็น Google เราก็คิดง่ายๆได้ว่า

JoJho : เว็บคุณ เนื้อหา สร้างมาเพื่ออะไร ?

  • ขาย เคสไอโฟน ?
  • แนะนำ เคสไอโฟน ?
  • รีวิว เคสไอโฟน ?

JoJho : คนพิมพ์คำว่า เคส iphone มันหมายความว่าอะไร

ต้องการอยากเห็นอยากอ่านข้อมูลเกี่ยวกับอะไร

ในส่วนนี้ Google เรียกว่า User Intent

JoJho : Google มันก็จะเดา และพยายาม

จะโชว์หน้าเว็บต่างๆ ให้หลากหลาย เพื่อให้ครอบคลุม

เพราะว่า คนค้นหาพิมพ์แค่คำว่า “เคส iphone” เฉยๆ

JoJho : แต่ถ้าสมมติ คนค้นหา พิมพ์คำว่า “ขายเคส iphone”

เออแบบนี้มันแคบลง Google ไม่ต้องเดาใจคนค้นหา กว้างมากเกินไป

JoJho : ไหนเราลองไปเช็คคู่แข่งสิว่าคำคำนี้ คู่แข่งเท่าไหร่

allintitle:ขายเคส iphone

About 13,200 results (0.44 seconds)

นี่มันลดลงมา … เห็นมั้ย

ตะกี้เราลองเช็ค “เคส iphone” เฉยๆ results ตั้ง 147000

JoJho : ลองเปลี่ยนคำดูอีก ลองเป็น “รีวิวเคส iphone”

allintitle:รีวิวเคส iphone

About 1,930 results (0.65 seconds)

ลดฮวบเลย คู่แข่ง เหลือ 1930 จาก

จากเดิมพิมพ์แค่ “เคส iphone” เฉยๆ 147000

JoJho : ถ้ามาสรุปก็คือ ถ้า Keyword คำว่า

  • เคส iphone – คู่แข่งมี 147000 หน้าเพจที่ Google Index
  • ขายเคส iphone – คู่แข่งมี 13200 หน้าเพจที่ Google Index
  • รีวิวเคส iphone – คู่แข่งมี 1930 หน้าเพจที่ Google Index

JoJho : ทำไม เคส iphone เฉยๆ Google ถึงแสดงผลเยอะจัง

เพราะ Google มันไม่รู้ User Intent จริงๆ

“คำค้นหา” ที่ใช้มัน ส่อไปให้เกิดความหมายได้หลายอย่าง

นี่เป็นสาเหตุว่าทำไม ระหว่างคีย์ “เคส iphone” กับ “ขายเคส iphone”

เราพอดูแล้วตอบได้เลยว่าอันไหน ทำ SEO ง่ายกว่ากัน

และอันไหนโอกาสจะติดได้เร็วกว่า

JoJho : อะ สมมติ เราตกลงงั้น เราจะทำ Keyword

เป็นคำว่า “ขายเคส iphone” ล่ะ (เพราะมันทำง่ายกว่า)

เราก็ไปพิมพ์ดูแบบ ปกติ

ผลอันดับบน Google จะเปลี่ยนละ

หากสังเกต Google มันจะโชว์แต่ ร้านขาย เป็นส่วนใหญ่

JoJho : เพราะ คนค้นหา เค้าต้องการ หาซื้อ ถูกมั้ยครับ

เลยพิมพ์ถาม Google ว่า ขายเคส iphone

JoJho : แต่ แต่ แต่ … Google ยังมีความสับสนอีก

ที่เกี่ยวกับ User Intent เพราะว่า Google ยังไม่มั่นใจ

ว่าคนที่ค้นหา ต้องการอะไรจริงๆกันแน่ ระหว่าง

• ตกลงว่า คุณจะ ขายเคส iphone ของคุณ

• หรือ คุณต้องการจะหาซื้อเคสใหม่

เพราะถ้าคนอยากหาซื้อจริงๆ

เค้าขี้เกียจพิมพ์ ก็แค่พิมพ์ ขายเคส iphone

ในขณะที่ คนอยากขายเคสเก่า ปกติเค้าก็พิมพ์

คำว่า ขายเคส iphone เหมือนกัน

JoJho : ในลักษณะคือ ความหมายมันก็ยังคลุมเครือ

ถ้างั้น ถ้าจะระบุเจาะจงให้ Google หายสงสัยเสียที

เราก็ต้องใช้คำว่า “ร้านขายเคส iphone”

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : ที่นี้เราลองไปเช็คดูสิว่า Keyword นี้เป็นยังไง

คู่แข่งคร่าวๆเราประมาณไหน

allintitle:ร้านขายเคส iphone

About 764 results (0.43 seconds)

เย้ …. ลดลงมาอีก

JoJho : จากเดิมเช็คด้วย allintitle แล้วผลคือ

  • เคส iphone – คู่แข่งมี 147000 หน้าเพจที่ Google Index
  • ขายเคส iphone – คู่แข่งมี 13200 หน้าเพจที่ Google Index
  • รีวิวเคส iphone – คู่แข่งมี 1930 หน้าเพจที่ Google Index
  • ร้านขายเคส iphone – คู่แข่งมี 764 หน้าเพจที่ Google Index

JoJho : แบบนี้ ค่อยมีความหวัง หน่อยที่จะทำอันดับ

ทีนี้เราก็สามารถ สรุปตัดสินใจแล้ว อยากจะทำ SEO

โดยใช้ Keyword ว่า “ร้านขายเคส iphone”

(เพราะมันตรงกะธุรกิจเรา และ น่าจะง่ายกว่าคำอื่นๆ)

JoJho : นี่คือเป็นการจบกระบวนการแรก ที่คนทำ SEO เค้าเรียกกันว่า

วิเคราะห์ Keyword (หรือ Keyword Analysis) แบบเบื้องต้น ชาวบ้านๆ

JoJho : (จริงๆจะซับซ้อนกว่านี้)

เพราะต้องไปเช็ค Volumn ปริมาณการค้นหา

ไปวิเคราะห์ดู Keyword อื่นๆที่น่าเล่น ดูภาพรวม

อันนี้ที่กล่าวมายืดยาวข้างต้น ถือเป็นแค่เบื้องต้น

ให้พอเข้าใจ Concept ว่า ทำไม ต้องวิเคราะห์ Keyword

JoJho : แต่คำถามคือ … เมื่อเราได้ Keyword มาแล้ว

เราต้องทำอะไรต่อละ ???

JoJho : ง่ายๆเลย ก็ไป “ดูคู่แข่ง” สิ

เราไปพิมพ์ใน Google เลย “ร้านขายเคส iphone” แล้วดูว่า

ดูเว็บคู่แข่งเรา เค้าทำเป็นยังไง

  • เว็บเค้าทำเป็นแบบไหน
  • ใช้เมนู มีอะไรบ้าง
  • เขียน TITLE เค้าเขียนยังไง
  • เขียน META Description เค้าใช้คำพูดว่ายังไง
  • คู่แข่งเรามีสินค้าลงไว้กี่ตัว
  • เว็บเค้ามี TEXT เยอะมั้ย
  • แล้ว TEXT ข้อความนั้น เขียนอะไร
  • แอบดูว่า ราคาเค้าตั้งขายที่เท่าไหร่
  • แล้วเค้าใช้รูปภาพอะไร สวยมั้ย
  • เว็บเค้ามีโครงสร้างยังไง (Footer Header Sidebar)

JoJho : ลองส่องไปเรื่อยๆ หลายๆเว็บ หลายๆลิงค์

เอ๊ะ!! ทำไมมี Facebook Page ติดหน้าแรกด้วยอ่ะ

JoJho : เราก็ตามไปดูใน Facebook Page มันสิ

  • ดูว่าเฟสบุ๊คแฟนเพจ มันทำยังไง
  • เค้าตั้งชื่อเฟสเพจ แบบไหน
  • โพสอะไรบ้าง
  • เค้าลงรูปเยอะมั้ย
  • เค้ามีวีดีโอมั้ย
  • ยอดไลค์เท่าไหร่กันน่ะ
  • โพสแต่ละโพสมันมี Engagement เยอะมั้ย (like share comment)

JoJho : เราก็จะได้ “ไอเดีย” และที่สำคัญคือ

เราจะรู้และวางแผนได้ว่า…

ฉันจะทำยังไงให้ดีกว่า ไอ้พวกที่ติดอันดับอยู่นี่

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : เพราะการที่คุณจะให้ Google จัดอันดับเว็บของคุณขึ้นมา

นั่นย่อมต้องหมายความว่า Google มันต้องลดอันดับ เว็บที่ติดอยู่ก่อน

จริงมั้ยครับ ? แล้วมันถึงจะเอาเว็บของเรามาแทนที่

JoJho : แต่ฝันไปเหอะมันจะ เอาเราพรวดมา ที่ 1 เลย

เวทีนี้ ไม่มี เด็กเส้น จ๊ะ

ยกเว้นจ่ายเงิน ลง Adword

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : มันก็ต้องค่อยๆ จัด อัพมาเรื่อยๆ

ลองคิดว่าตัวเองเป็น Google ดูสิ จะบอกเราว่ายังไง ?

Ok ถ้านายคิดว่า เว็บนายเจ๋งจริง
เว็บนายดีจริง
เว็บนายมีความเกี่ยวข้อง ตรงกับคำค้นหาจริงๆ
และเว็บนายมีประโยชน์ต่อคนค้นหาของเราจริงๆ
เราจะค่อยๆจัดอันดับเว็บของนายให้
แต่นายต้องเข้าใจเรานะ
….. เราคือ Google
นายพึ่งเข้ามาใหม่
ต่อให้เราเห็นว่านายดีมาก นายแน่มาก
….. แต่เราคือ Google
เราต้องให้เกียรติ พวกที่เค้าอยู่มาก่อน
….. ส่วนนาย
นายค่อยๆรอไปละกัน
เด้วเราค่อยๆเลื่อนอันดับนายให้เองแระ

JoJho : (เราก็เลยต้องรอไปเรื่อยๆ)

ขึ้นกะว่า เว็บคู่แข่งเรา มันดีมากกว่าเราแค่ไหน

หรือ เว็บเราดีกว่า คู่แข่ง มากแค่ไหน

จุดนี้เองเป็นคำตอบ … ว่าทำไมผลของ

การทำ SEO จะติดอันดับ ช้า หรือ เร็ว (หรือ ไม่ติดอันดับเลย)

ก็เพราะเหตุนี้ เพราะ Google ต้องเอาเว็บเราไปเทียบกับเว็บคู่แข่ง

JoJho : พวกนี้คือ พื้นฐาน ในการทำความเข้าใจ

ในระบบของการจัดอันดับ เพื่อทำ SEO

ซึ่งก็จะเห็นว่า มันไม่ได้ยากเย็นอะไร ที่จะเข้าใจ

แต่ไม่ได้ง่าย ที่จะให้เกิดผล ตามที่เราหวัง

JoJho : ผมเลยไม่รับทำ SEO

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : (แต่ที่ผ่านๆมาทำติดมาเยอะ หลักการหรือวิธีการ ก็อย่างที่บอก)

ผมก็แค่ทำเว็บอะครับ และพยายามทำให้ออกมาดีกว่าคู่แข่ง

แล้วก็ปล่อยให้ Google ตัดสินเอง

(เรามีหน้าที่ทำเว็บ แล้วให้เหนือ หรือ ดีกว่าคู่แข่งในทุกๆด้าน แค่นั้นเอง)

JoJho : ผมทำ SEO ผมเริ่มแบบที่พูดให้ฟังไปนะ

คือไม่ได้ไปเรียนที่ไหน หรือมีใครสอน

น้องเมย์ : ค่ะ

JoJho : ก็หาอ่านพื้นฐานแล้วมาลองทำเองดู

ไม่ยาก ไม่ง่ายครับ ลองดู 🙂

แต่อย่าคาดหวังอ่ะ

JoJho : ที่พี่แนะนำน้องเมย์ ถึงเรื่องอื่นๆ

เช่น เรื่องเฟส หรือธุรกิจ แต่ไม่ได้แนะนำเรื่อง SEO ก่อน

(แม้ว่าเราจะอยากรู้แต่เรื่องของ SEO)

JoJho : เพราะ เป้าหมายของการทำ SEO จริงๆคือ …

ทำให้คนเห็นเว็บเรา บน Google

………………………

ถ้ามองลึกกว่านั้นล่ะ ?

………………………

ก็คือ เห็นเว็บเราแล้ว โทรมาหาเรา หรือสั่งซื้อของเรา

JoJho : ที่ว่า “ทำเว็บให้ติดอันดับบน Google หน้าแรก … นั่นเป็นแค่

เป้าหมายของพวก คนรับทำ SEO หรือผู้ให้บริการรับทำ SEO เท่านั้นแหละ”

ทำติด – รับตัง – จบ – บ๊ายบาย

เค้าไม่ได้สนใจคุณหรอกว่า

ชีวิตหลังจากติดอันดับแล้วคุณจะเป็นอย่างไร

หน้าที่เค้าคือ “ทำให้ติดอันดับเท่านั้น”

แต่ว่า เป้าหมายของการทำ SEO สำหรับผู้ประกอบหรือผู้ว่าจ้าง จริงๆ

ก็เพื่อช่วยให้ มันเพิ่มยอดขาย หรือขายสินค้าหรือขายบริการได้ นั่นเอง

JoJho : ผมว่ามันตลกนะ เพราะบางที ติดอันดับ ก็ใช่ว่าจะขายสินค้าหรือบริการได้นะ

บางคนถึงกับเสียเงินลงโฆษณา Google Adword แต่ก็ไม่ได้ช่วยเพิ่มยอดขาย

JoJho : ถ้าน้องอยากขายได้จริงๆ

น้องเอ๋ย มันมีอีกหลายทางงงงงงงมาก

ที่จะทำให้ ขายได้อ่ะ

ไม่ใช่มีแค่ SEO ^_^

JoJho : SEO is only one tool นะ จริงๆมีอีกเพียบ

น้องเมย์ : ค่ะ ขอบคุณมากเลยน่ะค่ะ สำหรับข้อมูลดีๆ 😄

JoJho : กรณีของน้องเมย์ น่าจะเหมาะกับ Facebook Ads มากกว่า

ยังไงลองศึกษาด้านนี้ให้เก่งๆดู รับรองว่ามันตอบโจทย์เราได้มากกว่า SEO

JoJho : (ส่วนมากคนที่มาปรึกษาพี่เรื่อง SEO มักจะเลิกทำ SEO)

หรือ เลิกสนใจ SEO … ไม่รู้เป็นไร 555+

น้องเมย์ : 555

—————————————————————-

บทความนี้ ขอแบบดิบๆ ไม่มีรูป ไม่มีหัวข้อ ไม่จัดหน้าสวยๆ ไม่มีสรุป
แบบนี้อาจจะเข้าใจได้ง่ายกว่า (ถ้าตั้งใจอ่าน) …. หรือเปล่าหว่า ?

JoJho
คนทำเว็บนอกคอก

 

 

หากอ่านจบและคุณคิดว่ามีเพื่อนหรือคนรู้จัก กำลังอยากจะทำการตลาดออนไลน์ด้วย SEO
ลองแชร์บทความนี้ …. ให้เค้าได้อ่านและเข้าใจก่อน “คิดจะทำ SEO” นะครับ

1 แชร์ 1 บุญ ….
(เกี่ยวกันมั้ยนิ 555+)

About author

WebBastard.Net

WebBastard.Net

เว็บบล็อกที่จะมา เม้าท์มอย + สอน + แชร์เทคนิค การทำ SEO , Social Media Marketing , Content Marketing , การทำเว็บไซต์ด้วย Blogger และ WordPress รวมถึงการทำ Amazon Affiliate ในลักษณะ "การเล่าสู่กันฟัง" จากประสบการณ์ในการทําเว็บแบบมันส์ๆ ของ JoJho - คนทําเว็บนอกคอก

อยากอ่านต่อ ? ... ขอแนะนำ