SEO

Seo คือ อะไร

2

SEO คืออะไร ?

Search Engine Optimization หรือที่นิยมเรียกย่อๆว่า SEO เป็นการรวมกันของ

  1. Search Engine = โปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นหาข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
  2. Optimization = ทำให้มีผลดีที่สุด, ทำให้เหมาะที่สุด

ดังนั้น SEO = การทำให้ผลการค้นหาในโปรแกรมค้นหาข้อมูลออกมาดีที่สุด

ซึ่งโดยทั่วไปหากเราพูดถึง การทำ SEO ก็มักจะหมายถึง การทำให้ผลค้นหาใน Google แสดงเว็บไซต์ของเราในอันดับที่ดีที่สุด (หรือภาษาชาวบ้าน เรียกว่า ทำให้เว็บติดหน้าแรกๆของ Google) เพราะโดยพื้นฐานของคนทั่วไปในค้นหา มักจะเลือกคลิกเข้าไปดูลิงค์ในอันดับต้นๆก่อน ดังนั้นหากเว็บไซต์ของเราอยู่ในอันดับแรกๆ ก็มีโอกาสที่คนจะคลิกเข้ามาดู ในขณะเดียวกันหากเว็บไซต์ของเราอยู่อันดับมากๆ เช่น หน้า 5 – 10 โอกาสคนที่จะคลิกเข้ามาดูก็น้อยลง และยิ่งหากเลยไปถึงหน้า 11+ โอกาสยิ่งริบหรี่ ดังนั้น การทำให้เว็บติดหน้าแรกๆของ Google ได้ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการทำให้คนรู้จักเว็บไซต์ของคุณ

ก่อนจะพูดถึง “การทำ SEO” ขอทำความเข้าใจกับ Search Engine กันก่อน

(ในความเป็นจริงแล้วมี Search Engine หลายตัว แต่ในที่นี้จะขอกล่าวถึงแต่ “Google”)

Google Search Engine

Google Search หรือ Google Web Search ที่เรานิยมเรียกกันติดปากกันว่า “Google” คือเว็บ Search Engine ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ใช้สำหรับค้นหาข้อมูลจากเว็บไซต์ หรือสื่อออนไลน์ เช่น รูปภาพหรือคลิปวีดีโอ ต่างๆ ตามคำค้นหา (Keyword) ที่เราต้องการ

* ในทุกวันจะมีคนใช้งาน Google Search มาก ถึง 3 พันล้าน การค้นหาต่อวัน

ในปัจจุบันต้องยอมรับว่า “Google” มีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าคุณอยากจะรู้ เกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ตาม เพียงป้อนคำค้นหา หรือ “Keyword” ที่ต้องการ Google ก็จะแสดงเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ที่คุณป้อน เพื่อให้คุณเลือกคลิกเข้าไปดูข้อมูลต่างๆได้ตามความต้องการ

(เปิดบ้าน Google Data Center)

พูดถึงในแง่การใช้งาน หากจะอธิบายให้ง่ายๆสำหรับมือใหม่ หรือผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ (เช่นแม่ของผม) ก็สามารถอธิบายได้ว่า ” หากเปรียบเทียบให้ อินเตอร์เนต คือ ห้องสมุดสาธารณะ, เว็บไซต์ เปรียบได้กับหนังสือ Google ก็จะเปรียบได้กับ ผู้เป็นบรรณารักษ์ของห้องสมุดนั่นเอง

การทำงานของ Google

กับการค้นหาที่เกิดขึ้นนับพันล้านครั้งในทุกๆ วินาที แน่นอนว่าหลายคนคงสงสัยว่า Google แสดง คำตอบให้เราได้อย่างไร ทั้งๆที่มีเว็บไซต์กว่า 1 พันล้านเว็บไซต์ทั่วโลก มาดูภาพรวมกว้างๆ ถึงขั้นตอนของ Google Search กันดีกว่า …

ขั้นตอนที่ 1 : การรวบรวมข้อมูล (Crawling)

Google ได้สร้างโปรแกรมที่เรียกกันว่า “Googlebot” ขึ้นมาเพื่อรวบรวมข้อมูล โดยจะดูที่หน้าเว็บ และติดตามลิงก์บนหน้าเว็บนั้นๆ เหมือนในลักษณะที่คนจริงๆจะทำในเวลาเรียกดูเนื้อหาบนเว็บ โดยโปรแกรม (Googlebot) จะเข้าไปดูในเว็บจากลิงก์หนึ่งไปยังอีกลิงก์หนึ่งภายในเว็บนั้นๆ และนำข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวกับเว็บกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์ของ Google

การทำงานของ Google นั้น ไม่ได้เพียงแค่จัดการกับหน้าเว็บไซต์ (ที่มีกว่า 1 พันล้านเว็บไซต์ทั่วโลก) แต่มันยังเข้าไป รวบรวมข้อมูลทั้งหมดในทุกๆหน้าในแต่ละเว็บ ซึ่ง ณ ปัจจุบัน Google ได้รวบรวมข้อมูลกว่า 60,000,000,000,000 (60 ล้านล้านหน้าเพจ) จากจำนวนเว็บไซต์ทั้งหมดกว่า 1 พันล้านเว็บไซต์ และแน่นอนว่ายังคงมีเพิ่มเว็บเกิดขึ้นใหม่ในทุกๆวันอย่างต่อเนื่อง

* Googlebot จะให้ความสนใจเป็นพิเศษกับเว็บไซต์ใหม่ๆ หรือเว็บไซต์เดิมที่มีการเปลี่ยนแปลง และลิงก์ที่เสีย

ขั้นตอนที่ 2 : การจัดระเบียบข้อมูลด้วยการจัดทำดัชนี (Indexing)

เมื่อ Google รวบรวมข้อมูลหน้าเว็บเสร็จ ก็จะนำเว็บนั้นไปทำการสร้างดัชนี (Index) ในเซิร์ฟเวอร์ เช่นเดียวกับดัชนีที่ด้านหลังหนังสือ ดัชนีของ Google มีข้อมูลเกี่ยวกับคำและตำแหน่งของคำนั้นๆ โดย Google มีโปรแกรมเฉพาะ ที่เรียกว่า ชุดคำสั่งกระบวนการอัลกอริทึม (Algorithms ) สำหรับวิเคราะห์และจัดลำดับ (Ranking) เว็บไซต์ …ซึ่งมีหน้าที่ในการมองหาเบาะแสต่างๆ เพื่อใช้ในการคัดเลือกและแสดงผลลัพธ์ในสิ่งที่คุณต้องการค้นหา จึงทำให้เราสามารถเห็นผลการค้นหาที่เหมาะสมและแม่นยำได้อย่างแท้จริง

* เพราะผู้ค้นหา ไม่ต้องการจะได้คำตอบ จากหน้าเว็บพันล้านหน้า ดังนั้น อัลกอริทึมของ Google จึงจัดลำดับให้

ขั้นตอนที่ 3 : การจัดอันดับ (Page Ranking)

Google อัลกอริทึม จะพิจารณาข้อความค้นหาของคุณโดยใช้ องค์ประกอบปัจจัยมากกว่า 200 อย่าง เพื่อพิจารณาว่าหน้าเว็บและเนื้อหาที่มีอยู่จากทั้งหมดหลายล้านเว็บ เว็บใด-หน้าไหน จะเป็นคําตอบที่มีความเกี่ยวข้องกับข้อความที่คุณค้นหา มากที่สุด

ตัวอย่างปัจจัยที่มีผลต่อการจัดอันดับของ Google

  • ความสดใหม่ของเนื้อหาบนเว็บไซต์
  • จํานวนเว็บไซต์อื่นๆ ที่ลิงก์กับไซต์ของคุณ และแหล่งข้อมูลของลิงก์เหล่านั้น
  • คําที่ปรากฏบนหน้าเว็บ
  • คําพ้องของคําหลักในการค้นหาของคุณ
  • การตรวจสอบการสะกด
  • คุณภาพของเนื้อหาบนไซต์
  • URL และชื่อของหน้าเว็บ
  • ผลการค้นหาที่ดีที่สุดอาจเป็นหน้าเว็บภาพ วิดีโอ บทความจากข่าว ผลการค้นหาส่วนบุคคล ฯลฯ

* Google พัฒนาอัลกอริทึมการจัดอันดับเพื่อให้มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา โดยมีการปรับปรุงมากกว่า 500 ครั้งต่อปี

โดยสรุปขั้นตอนของ Google ในการแสดงผลการค้นหา คือ

Website <–> Crawling -> Indexing -> Ranking -> Search Result

การทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกใน Google

การทำให้เว็บเราติดหน้าแรกใน Google นั้นทำได้ 2 วิธี คือ

  1. เสียเงินลงโฆษณากับ Google (Google Adwords)

ในการลงแคมเปญโฆษณากับ Google ให้เว็บของเราแสดงบนหน้าแรกใน Google นั้น จะเรียกว่า Google AdWords ซึ่งเป็นการทำโฆษณาแบบ Pay Per Click (PPC) หมายความว่า คุณจะเสียค่าใช้จ่ายต่อเมื่อคนดูคลิกเข้าเว็บไซต์เท่านั้น โดยเมื่อคนดูคลิกลิงค์ที่คุณลงโฆษณาไว้ ก็จะส่งไปยังเว็บไซต์ของคุณทันที โดยลิงค์เว็บไซต์ที่ได้ลงโฆษณาจะปรากฏตามคีย์เวิร์ด ที่คุณเลือกเอง โดยมันจะถูก Google นำมาจัดวางอยู่ในตำแหน่ง ด้านบนสุด (มีกรอบสีเหลี่ยมๆ + มีป้ายเล็กๆเขียนว่าโฆษณา) และ ด้านขวา (Sidebar) ซึ่งเป็นถือเป็นส่วนของ Google Sponsored

แน่นอนว่าคุณสามารถเลือกลงโฆษณา Google AdWords นี้ได้ 2 วิธี คือ

1.1 จ้างบริษัทหรือตัวแทนที่รับทำ

วิธีนี้คุณไม่จำเป็นต้องเสียเวลามาเรียนรู้ ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไร แค่เพียงมีเงิน โดยจ้างบริษัทหรือตัวแทนที่รับโปรโมทเว็บผ่าน Google Adwords ให้เค้าดำเนินการให้ ซึ่งผู้ให้บริการก็จะเก็บ Service Charge เรียบร้อยแล้วในตัว โดยราคาก็มีให้เลือกตั้งแต่ 300 – 10000 บาท (ต่อเดือน) ตามแต่ละแพ็กเกจของผู้ให้บริการแต่ละราย

1.2 ลงมือศึกษาเรียนรู้และทำด้วยตัวเอง

หากคุณมีเวลา (+มีงบประมาณ) ที่จะศึกษาเรียนรู้การทำ Google Adwords ด้วยตัวเองคุณก็สามารถลงโฆษณาได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มให้กับบริษัทหรือตัวแทน แต่จ่ายเงินให้กับ Google โดยตรงเลย โดยราคาเราสามารถที่จะ ตั้งงบประมาณเองได้ซึ่งราคาต่อคลิกจะแตกต่างกันไปตามแต่ละ Keyword

  • หากมีคู่แข่งสูงราคาอาจจะสูงถึงคลิกละประมาณ 300 – 350 บาท
  • หากคู่แข่งต่ำ ราคาอาจจะต่ำเพียงคลิกละประมาณ 3 – 5 บาท

ยกตัวอย่าง : สมมติ Keyword “รับทำ seo” ราคาที่ Google แนะนำคือ “฿37.48” ต่อคลิก(CPC) เราตั้งงบไว้ 3700 บาท ก็เท่ากับ Google จะโชว์ลิงค์เว็บของเราที่หน้าแรก โดยเมื่อมีคนคลิกเข้ามาดูเว็บเราแล้วทั้งหมด 100 ครั้ง Google ถึงจะถอดลิงค์เว็บที่เราลงโฆษณาออก (สำหรับข้อมูลเบื้องต้น, ข้อดี-ข้อเสีย, วิธีการสมัคร, ขั้นตอนการใช้งาน รวมถึงเทคนิคปรับแต่งต่างๆของ Google AdWords ท่านสามารถค้นคว้าหาอ่านจากแหล่งข้อมูลเว็บไซต์อื่นๆที่มีอยู่มากมาย)

กล่าวโดยสรุป

แน่นอนว่า การทำ Google Adword นั้น เป็นการโปรโมทเว็บให้แสดงหน้าแรกของ Google ได้อย่างรวดเร็วง่ายดาย ไม่ต้องรอ และมีประสิทธิภาพที่สามารถเข้าถึงเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีการเก็บสถิติและสามารถบริหาร เลือกปรับแต่งโฆษณาของเราได้ตามความต้องการ แต่ทั้งหมดนั้นก็ต้องแลกมาด้วย “การเสียเงิน” และมันก็ไม่ได้ยั้งยืนยาวนาน หากเงินงบประมาณหมด เว็บคุณก็หายกลับไปอยู่ในตำแหน่งเดิมของมัน ตามที่ Google เห็นว่าควรจะเป็น

  1. รอให้ Google ยอมรับและแสดงเว็บของเราเอง (การทำ SEO)

… โปรดติดตามตอนต่อไป (แต่จะไม่ใช่การเขียนในสไตล์นี้แล้ว เพราะนี่เป็นแค่โพสทดสอบ เท่านั้น … ต่อไปจะเป็นการเขียนในสไตล์นอกคอก)

ไปเริ่มทำความเข้าใจเกี่ยวกับ SEO ให้มากขึ้น ในมุมมองของคนทำ SEO
ปฎิวัติการทำ SEO ตอนที่ 1 – SEO ในโลกแห่งความเป็นจริง

JoJho
คนทำเว็บนอกคอก


Noted:

☺ โพสนี้ โพสเพื่อทดสอบ การทำ SEO แบบ Unique Content (ที่มีความยาวพอประมาณ)

☺ Keyword ที่เล่นคือ “SEO คืออะไร , SEO คือ”

☺ โพสวันที่ 21/12/2014 รอดูผล ว่าจะติดหน้าแรกวันไหน (จะติดหรือเปล่าหว่า ฮาฮา)

☺ ลักษณะการเขียนบทความแบบนี้เรียกว่า Informative Article เป็นสไตล์บทความเชิงวิชาการ ที่พบมากตามเว็บทั่วไป

 

About author

WebBastard.Net

WebBastard.Net

เว็บบล็อกที่จะมา เม้าท์มอย + สอน + แชร์เทคนิค การทำ SEO , Social Media Marketing , Content Marketing , การทำเว็บไซต์ด้วย Blogger และ WordPress รวมถึงการทำ Amazon Affiliate ในลักษณะ "การเล่าสู่กันฟัง" จากประสบการณ์ในการทําเว็บแบบมันส์ๆ ของ JoJho - คนทําเว็บนอกคอก

อยากอ่านต่อ ? ... ขอแนะนำ

วิธีเพิ่มลิงค์ Icon ใน Youtube Channel (กว่าจะรู้ว่าง่าย)

ขั้นตอนการเพิ่มปุ่มลิงค์ (Links Icon) บนหน้าปกของ ช่องยูทูป … เรื่องง่ายๆที่หลายๆคนทำไม่ได้ (ตัวผมเองก็ใช้เวลางม หาวิธีอยู่นาน) วันนี้ผมเลยอยากมาแสดงวิธีแบบง่ายๆ เพื่อว่าใครที่กำลังคิดอยากทำ สร้าง Channel Youtube ของตัวเอง