SEO

SEO ฉบับ อาม่าเข้าฝัน (The Voice : SEO)

5

บางท่านอาจจะคิดไปไกล ว่าผมจะมาแนะนำถึงการทำ SEO ให้กับ Google Voice Search … ไม่ใช่นะครับ สำหรับบทความนี้ ผมจะมาอธิบายถึง SEO โดยเปรียบเทียบกับรายการประกวดร้องเพลง The Voice

(พึ่งจะจบฤดูกาลที่ 4 ไป เลยขอเกาะกระแสตามเทรนด์หน่อย 555+)

เมื่อพูดถึงรายการ The Voice คิดว่าทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะ ขนาด “อาม่า” ผมยังรู้จักเลย

อาม่าเข้าฝัน

อาม่าของผมท่านเสียไปนานแล้ว แต่ หลังจากผมได้ดู ป้าไก่ ร้องเพลง “คิดถึง” ในรอบ Semi-Final มันทำให้ผมคิดถึงอาม่าขึ้นมา และไม่รู้เพราะอะไร สงสัยคงจะอินมากเกิน คืนนั้น อาม่า มาเลยครับ … มาเข้าฝัน แม้ในฝันจะเบลอๆ จับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ผมจำได้ว่า อาม่าบ่นพรึมพร่ำ ว่า “ป้าไก่” ด้วย …

ผมเลยคาดว่า สงสัย อาม่าดู The Voice แล้วรอบ Final อาม่า มาบอกใบ้ ให้โหวตป้าไก่

 

ในฐานะที่ทำงานเกี่ยวกับ SEO … พออาม่า มาเข้าฝัน ทำให้ผมคิดเล่นๆดูว่า  ถ้าเกิด อาม่า ถามผมขึ้นมาว่า

อาม่า : อาโจ้ … SEO คืออะไร ?
อาโจ้ : คือ …….. (ชิบหายละ งานเข้า!! จะอธิบายยังไงดี ให้อาม่าเข้าใจ)

ปกติแล้ว เวลาอธิบายเรื่อง SEO ให้กับคนที่ทำ SEO ด้วยกันฟัง หรือ คนที่พอมีพื้นฐานมาบ้างแล้ว มันอาจจะไม่ใช่เรื่องยากนัก แต่ถ้าต้องอธิบายให้กับคนที่ไม่มีพื้นฐาน SEO มาก่อน หรือบางคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ไม่รู้เรื่องเว็บ ไม่รู้จัก Google เช่น ญาติผู้ใหญ่ หรือ เด็กๆ มันเป็นการยากมากที่จะอธิบายให้พวกเค้าเข้าใจ

ซึ่งผมมักจะบอกพวกเค้าเหล่านั้น ว่า

SEO มันเปรียบเหมือน การเข้าประกวดแข่งขันร้องเพลง

แน่นอนว่า พวกเราในที่นี้ เข้าใจดีว่า SEO คือ การพยายามทำให้เว็บติดอันดับที่ดีๆบน Google ซึ่งการที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ เราจำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่า “Google มันจัดอันดับเว็บไซต์ยังไง ?” ถ้าใครเคยได้อ่าน

บทความ ► สอนทำ SEO ตอน ที่ 2 : เข้าใจ Google แบบเด๊ะๆ

ผมเคยเปรียบเทียบ การจัดอันดับเว็บของ Google กับการแข่งขันประกวดร้องเพลง และ การแข่งขันฟุตบอลลีกของอังกฤษ ในบทความนี้ ผมจะขอมาขยายความ

การจัดอันดับเว็บของ Google โดยเปรียบเทียบ กับรายการประกวดร้องเพลง “The Voice”

โดยผมหวังว่าจะช่วยให้คนทำ SEO สามารถเข้าใจ Google มากยิ่งขึ้น … แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมจะอธิบายโดยอิงตามความเข้าใจ และประสบการณ์ส่วนตัว จากการทำ SEO ที่ผ่านๆมาของผมนะครับ  (ดังนั้นโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน)

เปรียบเทียบ SEO กับ The Voice

The Voice (Thailand) คือ รายการประกวดร้องเพลง ที่ผลิตโดย True Music + Workpoint Entertainment
[เปรียบเทียบ] SEO ก็เหมือน รายการประกวดเว็บไซต์ ที่มี Google (Search Engine ทั้งหลาย) ควบคุมการผลิต

จุดมุ่งหมาย ของ The Voice

ต้องการค้นหาและคัดสรร นักร้อง คนธรรมดาๆที่มีเสียงคุณภาพ … หาคนที่ใช่ !!

จุดมุ่งหมาย ของ Google

ต้องการที่จะ คัดเลือกเว็บที่มีคุณภาพ ที่มีเนื้อหาตรงกับคำค้นหา … หาเว็บที่ใช่ !!

เว็บไซต์ของคุณ ก็เปรียบเสมือนผู้เข้าร่วมแข่งขันคนหนึ่ง

การแข่งขันของรายการ The Voice ในแต่ละฤดูกาล จะแบ่งเป็น รอบๆ
ซึ่งผมเปรียบเทียบเล่นๆ ว่า การผ่านเข้ารอบแต่ละรอบ เสมือนกับ อันดับที่แสดงบนหน้า Google SERPs

(ถ้าไม่รู้ คลิกอ่าน ► SERPs คืออะไร)

กรอกใบสมัคร/ลงทะเบียน = Google Indexed
วันมาออดิชั่น = Google ตรวจสอบคุณภาพเว็บ
ผ่านรอบ Audition (เตรียมออกทีวี) = เว็บติดหน้า Google Serps (ประมาณ หน้า 20 – 40)
เข้าสู่รอบ Blind Audition (ได้ออกทีวี) = เว็บติด Google ในอันดับดีขึ้นมาหน่อย (ประมาณหน้า 10 – 20)
รอบ Battle = เว็บติด Google ดีขึ้นมาอีก (ประมาณหน้า 4 – 10)
รอบ Knock Out = เว็บติด Google แบบเริ่มหวังผล (ประมาณหน้า 2 – 4)
รอบ Semi-Final (แสดงสด) = เว็บติด Google หน้าแรก (อันดับ Top 10)
รอบ Final (แสดงสด) = หาผู้ชนะเลิศจาก 4 คน (อันดับ Top 1 – 4)

จุดที่น่าสังเกต มีดังต่อไปนี้

• คู่แข่งมีทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า

สำหรับ SEO นั่น เหมือนเราเข้าแข่งขันในรายการ The Voice ที่ รวมผู้แข่งขันจากทุกฤดูกาล เข้าไว้ด้วยกันหมด ไม่ว่าจะเป็นแชมป์ รองแชมป์ ผู้เข้าแข่งขันชื่อดัง ในรอบต่างๆทุกรอบ ดังนั้นการแข่งขันจัดอันดับบน Google จึงไม่ใช่เป็นการแข่งกับเฉพาะเว็บที่พึ่งสร้างใหม่ๆเท่านั้น …

หากแต่ในความเป็นจริง เราต้องแข่งกับบรรดาเหล่าคู่แข่ง (เว็บที่ติดอันดับอยู่ก่อนแล้ว) ที่ล้วนแต่มีคุณภาพ มีทักษะมีความสามารถ ขั้นสูง และที่สำคัญคือ บางรายก็มีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว (มีกองเชียร์ มีแฟนคลับ)

นี่เราพูดถึงกันเฉพาะ The Voice Thailand หมายความ ถ้าคุณต้องการทำ SEO กับ Keyword ที่เป็นภาษาอังกฤษ นั่นเปรียบได้กับ คุณต้องนับเอาคู่แข่งจาก The Voice ทั่วโลกมาร่วมกัน … (ลองนึกภาพตาม) นี่เป็นสาเหตุว่า ทำไมผู้เริ่มต้นทำ IM สาย Affiliate เช่น Amazon ในสมัยนี้ บ่นว่า มันช่างยากแท้ เพราะการจะทำ SEO ให้ติดอันดับได้ ต้องเจ๋งสุดๆจริงๆ หรือไม่ก็ เลือกคำค้นหาที่คู่แข่งที่มีคุณภาพ มีจำนวนน้อย ถึงจะมีโอกาส

• คุณภาพต้องมาก่อน

การที่จะผ่านเข้ารอบ ในรายการ The Voice แน่นอนว่า “คุณภาพของเสียง” ต้องมาก่อน
SEO ก็เช่นเดียว “คุณภาพของเว็บ” ต้องมาก่อน โดยเฉพาะในเรื่องของ Content

ถ้าให้เปรียบ คนร้องเพลง กับ SEO ดูเล่นๆ คงจะได้ประมาณว่า

“เสียงร้อง” คงเปรียบได้กับ “Content” (ในแง่ของการทำ SEO)
“เสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์” คงเปรียบได้กับ “Unique Content” (เนื้อหาไม่ซ้ำใคร)
“เทคนิคการร้อง” คงเปรียบได้กับ “เทคนิคการปรับแต่ง Content” (On Page Technique)
“รูปร่างหน้าตาคนร้อง” คงเปรียบได้กับ “หน้าตา โครงสร้าง การออกแบบของเว็บไซต์”
“คะแนนโหวต” คงเปรียบได้กับ “จำนวนคนเข้าเว็บ (Traffic) รวมถึงไปถึง ช่องทางเข้าเว็บ (Backlinks)”

ใน The Voice คุณไม่มีทางผ่านเข้ารอบลึกๆ หรือเป็นแชมป์ได้ … ถ้าหากคุณไม่เจ๋งพอ
ใน SEO ก็เหมือนกัน คุณไม่มีทางติดอันดับดีๆ บน Google ได้แน่ … ถ้าหากคุณไม่มีคุณภาพเพียงพอ

คำว่า “คุณภาพ” ในที่นี้ หมายถึง คุณภาพในทุกๆด้าน รวมๆกันทั้งหมด

• เมื่อต้องออกทีวี ยังไงต้องดูดีไว้ก่อน

เป็นที่รู้กันดีว่า รายการ The Voice นั้น รูปร่างหน้าตาไม่เกี่ยว เน้นเสียงเป็นหลัก แต่หากลองสังเกตดูที่ผ่านๆมาให้ดีๆ จะเห็นว่า ในรอบ Blind Audition ตอนมาร้อง ดูแสนจะธรรมด๊าธรรมดา แต่เมื่อไรที่ได้ผ่านไปเข้าสู่รอบ Knock Out และรอบลึกขึ้นเรื่อยๆ ผู้เข้าร่วมแข่งขัน แทบจะทุกราย ต้องถูกจับแต่งตัว แต่งหน้า ทำผม เปลี่ยนโฉมไปจนจำแทบไม่ได้ (ดูดี หล่อ สวย ขึ้นทุกราย)

การทำ SEO ก็เช่นกัน เว็บไซต์ควรต้องให้ดูดีไว้ก่อน คำว่า ดูดี ในที่นี้ ไม่ได้หมายถึง สละสลวยสวยงาม แต่หมายถึง การทำเว็บให้ ดูดี ต่อการใช้งาน (User Experience) … คุณไม่จำเป็นต้องสร้างเว็บให้ดู Beautiful ขอเพียงแค่ Look Good ก็โอเคแล้วล่ะ ในสายตา Google

(แต่หน้าตาดูดี มันก็มีส่วนช่วย ทำให้บางคนอยากโหวตคะแนนให้นะ มันมีผลต่อจิตใจ มีผลต่อความน่าเชื่อถือ)

• จะติดหน้าแรกได้ ต้องใช้คะแนนโหวตจากผู้ชม

การแข่งขันในช่วงแรกๆ นั้น โค้ช เป็นผู้เลือก โดยดูจาก คุณภาพเสียง การร้อง Performance ของผู้เข้าร่วมแข่งขัน
ถ้าเปรียบ SEO ก็เหมือน เว็บใหม่ที่คุณสร้าง Google จะดู Content เนื้อหา (Onpage) เป็นหลักในช่วงแรกๆ

ข้อดีของ Google คือ “มันให้โอกาส” พวกเราเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเว็บสร้างใหม่ ยังไม่มีใครรู้จัก ไม่มีคนเข้าเว็บ ไม่มี Traffic เป็นเหมือน ผู้เข้าแข่งขันโนเนม … ซึ่ง Google จะให้โอกาส คุณได้แสดงศักยภาพ โดยดูจากตัวเว็บไซต์ของคุณเป็นหลัก ในที่นี้คือ Content (ไม่ได้เน้นที่ Backlink หรือ Traffic อะไรมากนัก)

++ จุดนี้เป็นจุดที่คนทำ SEO ที่มีประสบการณ์ จะสังเกตเห็นได้ชัดเจน คือ เวลาที่สร้างเนื้อหาใหม่ๆ (ที่มีคุณภาพ) แล้วโพสลงเว็บ ไม่นานนัก มักจะถูก Google เอามาแสดงหน้า 2 บ้าง 3 บ้าง 4 บ้าง หรือโผล่ติดอันดับ อยู่ในหน้า 5 6 7 บ้าง ซึ่งมันขึ้นอยู่กับ จำนวนของเว็บคู่แข่งที่มีคุณภาพ เป็นสำคัญ ++

แต่เมื่อถึง รอบ Live Performance หรือ รอบแสดงสด ซึ่งมีสองรอบคือ Semi-Final กับ Final ที่จะใช้คะแนนโหวต จากผู้ชมมาช่วยตัดสินด้วย … แน่นอนว่า เมื่อผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ได้ ผู้แข่งขันแต่ละท่าน ต่างก็มีเสียงที่มีคุณภาพ และโดดเด่น อีกทั้งมีทักษะและเทคนิคการร้อง ที่สุดยอดด้วยกันทั้งนั้น ยากนักที่จะ ให้โค้ช เป็นผู้เลือกแต่เพียงลำพัง

ในการทำ SEO ก็ เช่นกัน เมื่อใดที่อันดับเว็บ ขึ้นไปถึงหน้าแรกๆได้ นั่นหมายความว่าเรื่อง “คุณภาพ Content” แทบจะไม่ต้องพูดถึง เพราะมันใกล้เคียงกันหมด สิ่งที่ Google จะเอามาใช้วัดผล ก็คงจะเป็น Traffic (จำนวนผู้เข้าชมเว็บ) เป็นสำคัญ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็น คะแนนโหวตจากผู้ชม นั่นเอง

the-voice

• ลิงค์คุณภาพ เปรียบดังคะแนนโหวตจาก โค้ช

การจะได้มาซึ่งคนเข้าเว็บ แน่นอนว่า มันก็จำเป็นต้อง มี การสร้างลิงค์ (Link Building) เพื่อจะเป็นประตูทางเข้า สู่เว็บไซต์ของเรา จุดนี้เอง ที่ในอดีต Google นับเอา “จำนวนของลิงค์” ที่ชี้มาที่เว็บเรา (Backlink) มาเป็นคะแนนโหวต ส่งผลให้การทำ SEO ในอดีต จะมุ่งเน้นกันแต่เรื่องของ การหา Backlink เป็นหลัก … ยิ่งเยอะยิ่งดี เค้าว่า !!

แต่ปัจจุบัน Google ไม่ได้เน้น ที่จำนวน Links อีกต่อไปแล้ว เพราะมันเปลี่ยนมาเน้นให้ความสำคัญของ

ที่มาและคุณภาพของ Links” (Quality สำคัญกว่า Quantity) …

สำหรับ “Backlink คุณภาพ” ก็คือ

  1. ลิงค์ที่มาจากเว็บไซต์ ที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับเว็บของเรา หรือ
  2. ลิงค์จากเว็บไซต์ ที่มีชื่อเสียงเป็นที่น่าเชื่อถือ (เว็บใหญ่ๆเว็บดังๆ)  หรือ
  3. ลิงค์ที่สามารถจะนำพา คน (Visitor) เข้ามาที่เว็บเราได้ เช่น Social Media

รอบ Semi-Final ของ The Voice อาศัย คะแนนจากโค้ช 50% และ คะแนนโหวตจากผู้ชมทางบ้าน อีก 50%

การที่คุณได้สร้างหรือได้รับ Backlink คุณภาพ ชี้มาที่เว็บนี้
เปรียบเสมือนคุณได้ คะแนนโหวต จาก โค้ช เลยทีเดียว

• การล้มแชมป์เก่า แม้จะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นไปได้

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ในการทำ SEO เหมือนเรากำลังเข้าประกวด ที่มีผู้ร่วมแข่งขันรวมกันจากทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น แชมป์เก่าหรือตัวเก็งจาก Season ก่อนๆ ที่มีทั้งความสามารถ มีคุณภาพ มีชื่อเสียง มีคนคนจดจำได้ มีคนนิยมชมชอบ มีคะแนนโหวตจากผู้ชมในรอบก่อนๆ (Google มันก็นับมาเหมารวมด้วย)

ในทาง SEO เว็บที่ถือเป็น แชมป์เก่า หรือ ตัวเก็ง จะมีคนเข้าเว็บอยู่ตลอดเรื่อยๆ เพราะมันติดอันดับท็อปอยู่แล้ว เว็บไซต์เหล่านี้มักจะเป็นเว็บที่มีชื่อเสียง เป็นเว็บใหญ่ๆ เปิดมานานแล้ว เป็นที่รู้จักแล้ว เป็นที่กล่าวถึงกันมาก

เราเรียกเว็บเหล่านี้ ว่าเป็น Authority Site นั่นเอง

นี่เป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ว่า ทำไมเว็บที่ติดอันดับหน้าแรกๆ จึงติดอยู่น๊านนนนาน จะค้นหากี่ที ก็เจอแต่เว็บเดิมๆ

แม้ว่าการที่ Google จะหาผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่ (เว็บใหม่ๆ) ที่มีศักยภาพดีพอ จะสามารถนำมาล้มแชมป์เก่าได้ ดูเหมือน จะเป็นการยากอยู่ แต่มันก็ใช่ว่าจะไม่มีทางเป็นไปได้เลย … “การเอาชนะแชมป์เก่า มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ

• จะถึงรอบชิงได้ … ต้องค่อยๆแข่งไป ให้ผ่านทีละรอบ

สำหรับเว็บน้องใหม่ เมื่อใดที่คุณคิดว่า “คุณภาพ” สู้แชมป์เก่าได้ … การขึ้นมาแทนที่คู่แข่ง จึงไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน มันมีโอกาสเป็นไปได้ เพียงแค่คุณหมั่นฝึกฝน เพิ่มศักยภาพ สร้างคุณภาพให้ตัวเองเรื่อยๆ และสิ่งสำคัญก็คือ “รอคอยเวลา

เหมือนกับเข้าประกวด The Voice … คงไม่มีใคร ที่เมื่อผ่านรอบ Blind Audition มาปุ๊ปแล้วจะเข้ามาที่รอบ Final เลย … คุณจำเป็นต้องค่อยๆผ่านมาทีละรอบ ลงแข่งขันเอาชนะคู่แข่งทีละคน แพ้คัดออก จนสุดท้ายเหลือ 4 คน ในรอบชิง

การทำ SEO ก็เช่นเดียวกัน Google มันต้องเอาเว็บคุณไปเปรียบเทียบกับ เว็บที่ติดอันดับสูงกว่า

คุณต้องค่อยๆเอาชนะคู่แข่งไปทีละเว็บ

ซึ่งสิ่งนี้เอง ที่เป็นเหตุผลว่า ทำไม SEO ใช้เวลา 2 วันบ้าง 7 วันบ้าง ครึ่งเดือนบ้าง 1 เดือนบ้าง  3 – 4 เดือนบ้าง 6 เดือนบ้าง หรือกระทั่ง เป็นปีก็มี เพราะ อันดับเว็บ จะขยับหรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่า คุณเอาชนะ “คู่แข่ง” ที่อยู่เหนือกว่าทีละรอบ ทีละรอบ ได้หรือยัง

“ระยะเวลา คือ เครื่องพิสูจน์”  (การทำ SEO ต้องอาศัยเวลา)

• “การไม่ได้เป็นแชมป์” ไม่ได้หมายความว่า “คุณ … ไม่เป็นที่จดจำ”

แม้ผมจะทำตามที่ อาม่าสั่ง คือ โหวตให้ ป้าไก่ ในรอบ Final แต่ผลที่ออกมา คือ ป้าไก่ ไม่ได้แชมป์ …
แต่นั่นไม่ได้ความว่า ป้าไก่ จะไม่เป็นที่จดจำ ในทางกลับกัน ผมว่า คนจะจำ ป้าไก่ ไปได้อีกนานแสนนาน

เช่นเดียวกันกับผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบลึกๆ บางท่าน เราอาจจะเห็นผลงานพวกเค้า มีมากกว่าแชมป์ก็เป็นได้

ในการทำ SEO ก็เหมือนกัน ผมเชื่อว่า ทุกคนที่ทำ SEO ต่างหวังที่ อยากจะเห็นเว็บของตัวเองติดอันดับ 1 บน Google หากแต่ อันดับ 1 บน Google นั่นมันไม่ได้การันตีว่า เว็บนั้น จะสร้าง Conversion ได้ตามที่ต้องการ

แน่นอนว่า เว็บที่อยู่อันดับ 1 ย่อมมีโอกาสสูงที่คนจะคลิกเข้ามาเยอะกว่า แต่มันก็ไม่แน่ ที่เว็บในอันดับต่ำกว่าลงมา เช่น 2 3 4 5 หรือในหน้าแรกนั้น อาจจะสร้างลูกค้าได้มากกว่า (ไม่ใช่สร้างแต่คนเข้าเว็บ) หรือสร้างยอดขายดีกว่า หรือไม่ก็ มีคนโทรติดต่อเข้ามามากกว่า มันก็อาจเป็นไปได้

(รออ่าน บทความตอนต่อๆๆๆไป – ทำไมเว็บคุณจึงไม่ติดอันดับ 1 บน Google)

บทสรุป

ในการทำ SEO นั้น เราทำเพื่อหวังให้เว็บไซต์ของเรา ติดอันดับต้นๆ บน Google ในคำค้นหาที่เราต้องการ ซึ่งในปัจจุบัน ด้วยระบบการจัดอันดับเว็บของ Google ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ประกอบกับ จุดมุ่งหมายหลักของ Google คือ การแสดงผลค้นหาที่มันคิดว่าน่าจะ “ดีที่สุด” แก่ผู้ที่ค้นหา …..

ดังนั้นแล้ว สิ่งที่คนทำ SEO จำเป็นต้องทำ ก็คือ การทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพมากที่สุดในทุกๆด้านเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ทำในเว็บ (Onpage) และ ทำนอกเว็บ (Offpage) ในทำนองเดียวกัน กับการเข้าร่วมแข่งขัน ประกวดร้องเพลงในรายการ The Voice นั่นเอง

“The Voice” คือ “เสียงจริง ตัวจริง” ฉันใด
“SEO” ก็ต้อง “เว็บจริง ตัวจริง” ฉันนั้น

JoJho
คนทำเว็บนอกคอก

———— ถ้า อาม่า มาเข้าฝัน (อีกครั้ง) ————
อาม่า : อาโจ้ … SEO มันคืออะไร ?
อาโจ้ : อ๋อ … ม่า  คือ SEO มันคล้ายๆ การประกวดร้องเพลง อ่ะ
อาโจ้ : SEO ย่อมาจาก ซิงกิ้ง เอ็กแซม ออนไลน์ Singing Exam Online  (จบน่ะ)
อาม่า : ซิงๆอะไรนะ ?
อาโจ้ : เหมือนรายการเดอะวอยซ์ไง … ที่ม่าบอกให้โหวต “ป้าไก่” อ่ะ
อาม่า : เดอะ ว๊อย นี่มันอะไร ?
อาโจ้ : อ้าว … ก็ที่คืนก่อนนู้น อาม่า มาเข้าฝัน มาบอกให้ โหวต “ป้าไก่” ด้วย ไงอ่ะ
อาม่า : ไม่ใช่ ปาไก … อั๊วบอกลื้อว่า … ปากัย ปากัย …
อาม่า : เชงเม้ง คราวหน้า ไปไหว้ เอา “ปากัย ด้วย”
อาม่า : อั๊วอยากกิง … “ทอกมัง ปากัย” อะ !! ลื้อรู้จักอ่ะป่าว
————————————————–
#อาม่าบอกใบ้
ถ้าฝันว่า “อาม่าอยากกินทอดมันปากัย”
ปา = แปด  กัย = เก้า ดังนั้น ต้องมี 8 กับ 9

( ถ้าไม่มี 8 กะ 9 … อาจต้องเอาเพลงนี้ ไปเปิดให้อาม่าฟัง วันเชงเม้ง 555+ )

About author

WebBastard.Net

WebBastard.Net

เว็บบล็อกที่จะมา เม้าท์มอย + สอน + แชร์เทคนิค การทำ SEO , Social Media Marketing , Content Marketing , การทำเว็บไซต์ด้วย Blogger และ WordPress รวมถึงการทำ Amazon Affiliate ในลักษณะ "การเล่าสู่กันฟัง" จากประสบการณ์ในการทําเว็บแบบมันส์ๆ ของ JoJho - คนทําเว็บนอกคอก

  • cmseogroup

    บทความของคุณ ผมค่อนข้างเห็นด้วย เพราะ Google ใช้ Traffic ที่มีคุณภาพในการตัดสินคุณภาพ backlink เป็นส่วนหนึ่ง ปัจจัยที่จะทำให้อันดับกระโดดจริงๆ ก็คือ คน โดยเฉพาะสถิติใน WMT กับ Analytics คือ คะแนนชี้วัดคุณภาพ อย่างที่คุณบอกการล้มแชมป์มันยาก แต่ก็ทำได้ หากเราทำให้เว็บมีทราฟฟิคคุณภาพ ที่มากกว่า มาจาก KW ที่สัมพันธ์กัน หรือแม้แต่มาจาก Search Engine เว็บคุณอธิบายหลักการทำ SEO ยุคใหม่ได้ดีมากๆ อีกอย่างที่ผมอยากให้คุณเขียนบทความเกี่ยวกับ Google Suggest ทำเว็บให้ดัง ปั้นแบรนด์ให้เลื่องลือ จนติด Search Suggest น่าสนใจมากๆ

    • ขอบคุณครับ ที่ติดตาม แล้วจะแนะนำ เพิ่มเติม ตามประสบการณ์ (และเวลาที่เอื้ออำนวย) ให้เรื่อยๆครับ
      “ทำเว็บให้ดัง ปั้นแบรนด์ให้เลื่องลือ” … Topic นี้ จัดว่าเด็ด ขอหาไอเดียก่อนนะครับ ฮาฮา

  • cmseogroup

    ก่อนหน้านี้ Google แจ้งว่าจะ Update Penguin 4.0 ภายในปี 2015 สุดท้ายถูกเลื่อนออกไป John Mueller พูดเป็นนัยๆ ว่าอาจจะมีการอัพเดทภายในมกราคา แต่ก็ไม่รับปาก ซึ่ง แม้ Penguin จะอัพเดทแบบ Real-Time แต่ส่วนตัว ผมมองว่า Google ลดความสำคัญของ Links ลงตั้งแต่ Penguin 3.0 แล้ว แม้จะอัพเดท แต่ลิงค์ก็ไม่ใช่ตัวตัดสินคุณภาพอีกต่อไป ผมใช้เวลา 14 เดือน ค้นคว้าอย่างหนัก เกี่ยวกับการทำอันดับโดยไม่ต้องพึ่งลิงค์มากนัก สุดท้าย คน คือคำตอบ คนจะเป็นผู้ Vote ให้เว็บได้ไปต่อหรือไม่ และจะยากขึ้นอีก หาก RankBrain ถูกนำมาใช้ 30% ครอบคลุมทุกกลุ่ม Keyword เว็บที่ดี มีคุณภาพ ต้องเป็นเว็บอย่างคุณ เขียนด้วยผู้เชี่ยวชาญ Traffic มาจาก KW ที่เกี่ยวข้อง เว็บของคุณคือตัวอย่างที่ดี ฟันธงว่าหากอัพเดทบทความให้คนติดตามเรื่อยๆ เว็บของคุณจะติดอันดับคีย์ ทำ seo ไปอีก 2 – 3 ปี หรือไม่บางทีผมอาจแซงเว็บคุณก็ได้ 55555

  • cmseogroup

    ขออนุญาติ วิเคราะห์ เว็บของคุณ ดังนี้

    1. คุณเป็นคนที่มีความรู้เกี่ยวกับ SEO มาก ๆ คนหนึ่ง บทความที่เขียนภายในเว็บคลอบคุณ Keyword ที่เกี่ยวกับ SEO และ Search Marketing มากที่สุดเว็บหนึ่ง Google เข้าใจทันทีว่าเขียนด้วยผู้เชี่ยวชาญ กูเกิลมอง KW หรือข้อความเป็น Vairable อ้างอิงข้อมูลทั้งหมดที่กูเกิลมีอยู่

    2. เว็บพัฒนาขึ้นมาให้คนอ่านง่าย อ่านอย่างน้อย 5 – 10 นาที อ่านแล้วคิดตาม และทำให้คนอยากเข้ามาอ่านอยู่บ่อยๆ

    3. Backlink เว็บของคุณมีระดับปานกลาง แต่ก็เป็น Links คุณภาพส่วนใหญ่

    4. Web ของคุณมีค่า Bounce Rate ในเกณฑ์ที่ดีมากๆ แม้แต่ผมยังอ่านหลายรอบ และคิดตาม ถ้าเป็นมือใหม่ ใช้เวลาอยู่ในเว็บยาวนานแน่นอน

    5. เว็บของคุณได้รับ Traffic มากจาก Search Engine ไม่น้อยแน่นอน และมาจาก Keyword ที่หลากหลาย

    6. เรื่อง Return Visitor มีมากแน่นอน แต่เว็บคุณติดอันดับคีย์แข่งขันสูง New Visitor ก็จะสูงอยู่ แต่ระยะยาว Return Visitor มากกว่าแน่นอน

    7. การเน้นข้อความได้อย่างมีศิลปะ และสนับสนุนผู้อ่านมากๆ

    8. บางบทความที่แปลมาจากต่างประเทศ ก็ทำได้ดีมากๆ เข้าใจง่าย และมีการเสริมมากกว่าในตันฉบับอีกด้วย

    9. คุณทำเว็บนี้มาเพื่อเผยแพร่ความรู้ อาจไม่ติดคีย์ seo บางคำ แต่ถ้าเน้น ติดอันดับไม่ยาก และผมอยากให้เน้นหลายๆ คีย์ ผู้อ่านจะได้เจอเว็บของคุณหลายๆ KW

    10. คุณเป็นผู้รู้เกี่ยวกับ SEO สาเหตุที่ไม่รับทำ SEO เพราะอาจมองว่ามันเหนื่อยในการทำอันดับทีละหลายเว็บ ต้องเน้นคุณภาพจริงๆ จึงจะทำให้เว็บติดอันดับยาวนาน อีกอย่าง Google ออกสารพัด Algo เพื่อต่อสู้กับบรรดา Spammer

    11. เว็บของคุณมีการเชื่อมโยงลิงค์ภายใน Internet Link ได้เป็นมิตรกับผู้อ่านมากๆ การเปิดหน้าเว็บแบบ Referral Page ภายในเว็บยิ่งทำให้เว็บคุณภาพไปอีก

    12. เว็บของคุณขับเคลื่อนด้วย WordPress ซึ่งสนับสนุน SEO และ Google ก็ไม่ได้ Anti CMS ตัวนี้ กูเกิล Anti ที่ตัว Content มากกว่า Web Structure สาเหตุที่ Network สร้างจา WP โดนแบนเร็ว มาจากการที่มันสนับสนุน SEO ได้ดี การตรวจสอบไว และกูเกิลเองก็ไม่ได้พัฒนา Algo ให้จับตาแค่ CMS ตัวใดตัวหนึ่ง เว็บคุณแสดงให้เห็นว่า WordPress ยังดีในสายตา Google เสมอ

  • Time4Ustore

    เขียนได้ยาวมากครับ โยงเรื่อง seo กับ The Voice ได้ดีครับ เกาะกระแส The Voice แล้วมาเขียนเป็นบทความที่น่าอ่านได้ ขอบคุณครับ

อยากอ่านต่อ ? ... ขอแนะนำ

[SEO Tips] เทคนิคการใช้ Anchor Text แบบเนียนๆ

Anchor Text เทคนิคที่คนทำ SEO (โดยเฉพาะรุ่นเก๋าๆ) รู้จักกันดี เพราะมันเป็นส่วนสำคัญในขั้นตอน ของการสร้างลิงค์โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Keyword-Rich Anchors หรือการใส่คีย์เวิร์ดลงไปในลิงค์นั่นเอง ซึ่งมันสามารถทำให้คุณพบกับบันปลายชีวิต